วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คันเดียวในไทย “เวสป้ารุ่นแซยิด”



ในวาระครบรอบ 60 ปี แบรนด์สกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียน “เวสป้า” ผลิตรถเวอร์ชันพิเศษ “GT60” ในจำนวนจำกัดเพียง 999 คันทั่วโลก โดยทำออกมาหวังเอาใจนักสะสมที่ชื่นชอบความคลาสสิก ซึ่งตอนนี้เข้าข่ายเป็นยี่ห้อระดับตำนานไปแล้ว และดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป คาดว่าสาวกในบ้านเราคงมีโอกาสแค่อ่านข้อมูลและชมภาพได้จากเพียงอินเตอร์เน็ตเท่านั้น หากแต่เจ้าเวสป้ารุ่นครบรอบแซยิดที่ว่านี้มาปรากฏโฉมอยู่ในเมืองไทยด้วยละ...


       “เท่าที่รู้ตอนนี้มีในประเทศไทยแค่คันเดียว ยังไม่เห็นมีคันอื่น เพราะวงการคนที่เล่นเวสป้าแคบมาก หากมีคนครอบครองอยู่ต้องได้ยินข่าวแน่นอนครับ”



      


     
       นั่นเป็นคำยืนยันสั้นๆ ของ “เอ-ณรงค์ชัย กรณ์เสรี” ชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้แบรนด์ดังจากแดนมักกะโรนีมากว่า 15 ปี เล่าถึงความภูมิใจในฐานะนักสะสมและเสริมความพิเศษต่อว่า
     
       “หลังจากรู้ว่าเวสป้าผลิต GT60 เพื่อฉลองครบรอบแซยิด ตั้งแต่ปี 2006 ที่ผ่านมา ผมก็ตามข่าวมาโดยตลอดเพราะอยากได้มาก และเหมือนฟลุ๊คเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งใน 999 ทั่วโลก โดยคันนี้ต่างจากรุ่นครบรอบ 65 ปี ซึ่งไม่ได้กระจายไปสู่สากล เพราะดีลเลอร์ในไทยได้ขออนุญาตตกแต่งเพื่อการจัดกิจกรรมและจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น”

       ขณะที่พื้นฐานรูปทรงและเครื่องยนต์ของเวอร์ชันพิเศษจำนวนจำกัด พัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม คือ GTV250 ขุมพลัง 4 จังหวะ สูบเดียวขนาดสุทธิ 244 ซีซี. จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ให้กำลังสูงสุด 22 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที ส่งแรงขับสู่สายพาน CVT บิดทำความเร็วได้สูงสุด 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ดูรายละเอียดเพิ่มในตาราง)
     
       ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเทคนิคคร่าวๆ ซึ่งนำมาผ่านมันสมองและสองมือของนักออกแบบชื่อก้อง “Marco Lambri” ผู้เคยฝากผลงานให้กับแบรนด์รถยนต์ Alfa Romeo มาก่อน



      



โดยความต่างที่เกิดขึ้นแม้จะไม่ได้มากมายอย่างเห็นได้ชัด ไล่เรียงจาก เบาะหนังแท้สีดำ วงล้อชุบโครเมียม รวมถึงเพลทชื่อรุ่นที่เปลี่ยนไป แต่นั่นก็เพียงพอให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาในหมู่นักสะสม เมื่อได้เบาะแสว่า GT60 เดินทางมาถึงดินแดนขวานทองแล้ว
       
       “ราคาช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 5,000 ปอนด์ หรือราวๆ 350,000 บาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า โดยปกติพวกรุ่นพิเศษแบบนี้ ดีลเลอร์ในไทยและเวียดนามไม่มีขาย ซึ่งเคยมีคนโทรศัพท์มาขอซื้อต่อผมด้วยครับ แต่ไม่ขายดีกว่า เพราะรถพวกนี้มีไว้ชื่นชม อยากเก็บไว้ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด ตอนนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมมีอย่างเดียว คือ ใส่ท่อแต่งของไวท์ บราเทอร์ เพื่อเพิ่มเสียงดุดันและความคล่องตัวเวลาออกทริป”



      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
       


สุดยอดรถโบราณชนะเลิศปี 2012


สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ประกาศผลรางวัลชนะเลิศงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 36 (THE GLOSSY HERITAGE AWARDS 2012) อย่างยิ่งใหญ่ กระตุ้นจิตสำนึกคนไทยหวงแหนไว้เป็นมรดกของชาติ


 
Austin Seven (Open Road Tourer) ปี 1935 ชนะเลิศประเภทรถโบราณก่อนปี 1940


       ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้พิจารณาตัดสินรถที่ชนะการประกวด โดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน ทั้งในด้านความสวยงาม การดูแลรักษารถไว้ในสภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สีรถ ยาง เบาะ สมรรถนะเครื่องยนต์ และอื่นๆ รถที่ได้รับรางวัลในปีนี้จึงถือเป็นรถที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสม
     
       โดยมีผู้ชะเลิศรางวัล ประเภทต่างๆ ดังนี้
     
       1.รถโบราณก่อนปี 1940 รางวัลตกเป็นของ คุณบางกอก รัษฐปานะ เจ้าของรถ Austin Seven (Open Road Tourer) ปี 1935 ขนาดเครื่องยนต์ 747 ซีซี ผลิตในประเทศอังกฤษ 2.รถหลังสงคราม ระหว่างปี 1940-1955 ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ คุณชำนาญ วีรวรรณ เจ้าของรถ Mercedes-Benz 300B ปี 1954 ขนาดเครื่องยนต์ 2996 ซีซี ผลิตในประเทศเยอรมนี 3.รถคลาสสิกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ รถเก๋ง 4 ประตู ผู้ได้รับรางวัลคือ Stuart Penketh เจ้าของรถ Rover P4 100 ปี 1960 ขนาดเครื่องยนต์ 2625 ซีซี จากประเทศอังกฤษ และรถสปอร์ต 2 ประตู รางวัลตกเป็นของผู้ส่งประกวดที่ใช้ชื่อว่า Auto Vintage เจ้าของรถ Mercedes-Benz 280SE ปี 1969 ขนาดเครื่องยนต์ 2196 ซีซี จากประเทศเยอรมนี 4.รถดัดแปลง รางวัลตกเป็นของ คุณสิปปวิชฐ์ ค้ำชู เจ้าของรถ Austin Mini Pickup ปี 1992 ขนาดเครื่องยนต์ 660 ซีซี จากประเทศอังกฤษ5.รถโฟล์คสวาเกน ของคุณพุทธิ เทพประทุม เจ้าของรถ Volkswagen Beetle Laptop ปี 1963 ขนาดเครื่องยนต์ 1200 ซีซี จากประเทศเยอรมนี 6.รถอเมริกัน ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ คุณก้องเกียรติ จุฑาทิพยกุล เจ้าของรถ Chevrolet Caprice(327) ปี 1969 ขนาดเครื่องยนต์ 5359 ซีซี ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา และ 7.รถจากัวร์ ของคุณประสงค์ พานิชภักดี เจ้าของรถ Jaquar E-Type Series III ปี 1970 ขนาดเครื่องยนต์ 4235 ซีซี จากประเทศอังกฤษ
     
       นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า “การจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากทั้งสมาชิกของสมาคม และผู้ที่เข้าชมงานเป็นจำนวนมากอีกเช่นเคย และสมาคมขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์รถโบราณ”


 
Mercedes-Benz 300B ปี 1954 ชนะเลิศประเภทรถหลังสงคราม ระหว่างปี 1940-1955  

 
Rover P4 100 ปี 1960 ชนะเลิศประเภทรถคลาสสิกเก๋ง 4 ประตู

 
Mercedes-Benz 280SE ปี 1969 ชนะเลิศประเภทรถคลาสสิกสปอร์ต 2 ประตู
  
 
Austin Mini Pickup ปี 1992 ชนะเลิศประเภทรถดัดแปลง

 
Volkswagen Beetle Laptop ปี 1963 ชนะเลิศประเภทรถโฟล์คสวาเกน
     
 
Chevrolet Caprice(327) ปี 1969 ชนะเลิศประเภทรถอเมริกัน

 
Jaquar E-Type Series III ปี 1970 ชนะเลิศประเภทรถจากัวร์